คลาส ธิอาโก้ ในเกมที่ หงส์ วางกับดัก เชลซี

ชัยชนะของ ลิเวอร์พูล ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ มีหลายประเด็นให้พูดถึงค่อนข้างเยอะแต่เรื่องนึงต้องยอมรับว่าทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ถือว่าได้ประโยชน์จากการมาเยือน เชลซี อย่างรวดเร็วตั้งแต่นัดที่ 2
เร็วจน ไค ฮาแวร์ตซ์ แข้งใหม่ยังเล่นเหมือนนัดแรกคือไม่ได้ฉายแววให้เห็นใดๆซึ่งหากเทียบมาตรฐานแล้ว โอลิวิเยร์ ชิรูด์ กับ แทมมี่ อับราฮัม ดีกว่าเห็นๆ (อย่างน้อยก็ช่วงนี้)
อันนี้คือจุดแรกแต่ที่ทำให้ เชลซี ยกทีมไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้เลยคือวันนี้พวกเขาจนมุมจากแท็คติกส์ของ “หงส์แดง” ที่เล่นแบบนี้มาทุกนัด
แต่เป็น “สิงห์บลู” เองที่เอื้อให้ระบบวันนี้ของทีมเยือนดูไร้เทียมทานเข้าไปอีกเพราะนอกจาก แลมพ์ เลือกให้ลูกทีมเน้นคุมโซน ไล่สูงแค่บางจังหวะก็เลยถูก “หงส์แดง” เป็นฝ่ายกำหนดรูปเกมของวันนี้ไปเลย
“แชมป์เก่า” ปิดกั้น “กลาง” เชลซี ด้วยการตามเพรสเกาะแกะไม่ให้ตั้งเกมได้ถนัดและธรรมชาติของทีมที่ไม่สามารถรับมือกับการเพรสแบบนี้ได้จะลงท้ายด้วยการสาดทิ้ง
ซึ่งหน้าคู่ทั้ง ติโม แวร์เนอร์ และ ฮาแวร์ตซ ไม่ใช่พวกเจ้าเวหาและถูกจำกัดพื้นที่ให้ต้องขยับดันตามเซนเตอร์ “หงส์แดง” ขึ้นมาเกือบๆกลางสนาม
และเมื่อใดก็ตามที่กลางเชลซีสบโอกาสได้บอลเพื่อแทงให้คู่หน้ามักลงเอยด้วยการล้ำหน้า ซึ่งอย่างที่ผมบอกไว้คือตัวหน้าก็ต้องเลี้ยงไลน์ไม่ให้ล้ำ กลางก็มีเวลากับบอลน้อยเหลือเกินก่อนที่ฝูงแข้งหงส์จะมารุมแย่ง
คีย์สำคัญของวันนี้คือนักเตะเชลซีไม่ match กับการต่อบอลจากหน้าประตูเลยครับคือถ้าทีมเยือนบีบแบบหลวมๆเป็นพิธีก็พอแกะออกมาได้ (เหมือนอย่างในครึ่งแรก)
แต่เมื่อใดก็ตามที่เจอการยกระดับแบบเข้มข้น (แบบในครึ่งหลัง) ก็จะออกแนวเสียวไส้เพราะ จอร์จินโญ่ ช้าเกินไป ในขณะที่ ก็องเต้ ที่อาจจะพอเอาตัวรอดได้บ้างแต่การได้รับบทบาทช่วยเกมรุกก็ติดปัญหาในวิชั่นการจ่ายและยิงไม่เป็น
แต่สิ่งเดียวที่ทำให้สกอร์ยัง 0-0 คือ “สิงห์บลู” ขันเกมรับหน้าบ้าน 2 ชั้นทำให้ ลิเวอร์พูล เองก็หาโอกาส clearcut ไม่ได้เช่นกัน
เมื่อสกอร์ไม่เป็นรอง แฟร็งค์ แลมพาร์ด ยังพอสามารถแก้เกมในครึ่งหลังได้แต่จุดเปลี่ยนใบแดงของ อันเดรส คริสเตนเซ่น ในช่วงท้ายครึ่งแรกทำให้งานหยาบทันที
โควต้าเปลี่ยนตัวตกไปอยู่ที่ ฮาแวร์ตซ์ ผู้เล่นที่ไร้พิษสงที่สุดในครึ่งแรก ทำให้จากที่ 11 เท่ากันก็แทบไม่ได้บุกการหายไปหนึ่งตัวจึงเหลือแค่ว่า “หงส์แดง” จะยิงได้เมื่อไหร่เท่านั้นเอง
ลูก 1-0 ได้มาเร็วตั้งแต่ 5 นาทีของครึ่งหลังยิ่งทำให้ ลิเวอร์พูล ล่อ “สิงห์บลู” ให้วิ่งตามบอลเยอะขึ้นเพราะไม่จำเป็นต้องรีบ
แต่การพลาดของ เกป้า ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นระดับอาชีพทำให้เจ้าถิ่นแทบไม่ต้องพูดถึงการคัมแบ็คให้เสียเวลา แค่หาโอกาสสวยๆซัก 1-2 ครั้งนับจากนี้ก็ฝีมือแล้ว
ผมไม่รู้ว่านี่จะเป็นนัดสุดท้ายของ เกเป้า หรือเปล่านะแต่ผมคิดว่าเมื่อ แลมพ์ เสริมทัพวางเป้าไปไกลอีกระดับไม่ควรมีผู้รักษาแบบนี้อยู่ในทีม เห็นกันชัดๆว่าประตูวัย 25 ปีที่แพงที่สุดในโลกเป็นจุดอ่อนและทำให้ เชลซี กำลังสูญเสียความเชื่อมั่นจากผู้เล่นคนอื่นๆ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกและคิดว่าไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่นอน
ยังไงซะผมยังเชื่อว่า เชลซี ปรับจูนกันอีกพักนึงน่าจะเครื่องติดยาวๆเพราะต้องไม่ลืมว่าเรายังไม่ได้เห็นนักเตะอย่าง พูลิซิซ หรือ ธิอาโก้ ซิลวา ส่วน แวร์เนอร์ กับ ไค อาจต้องการเวลาปรับตัวและเล่นให้รู้ใจกันซักระยะ
สำหรับ “หงส์แดง” จากการที่ตัวมีมากกว่าทำให้เราจึงได้เห็น ธิอาโก้ อัลคันทาร่า อย่างไวซึ่งถ้าไม่ใช่ชื่อชั้นและ class ของอดีตแข้ง บาเยิร์น มิวนิค ผมไม่คิดว่า JK จะกล้าให้แข้งใหม่คนไหนประเดิมเกมเต็มๆครึ่งนึงทั้งๆที่ยังไม่ได้ซ้อมกับเพื่อนๆเลย (แต่ข่าวล่าสุด เฮนโด้ มีอาการเจ็บ)
เดอะ ค็อป อาจรู้สไตล์และเห็นการเล่นของแข้งวัย 29 ปีผู้นี้มาแล้วจาก บุนเดสลีกา แม้ลักษณะการเล่นอาจคล้าย จอร์แดน เฮนเดอร์สัน แต่มองกันลึกๆแล้วของ ธิอาโก้ กลมกล่อมกว่า
การสัมผัสบอลเพื่อเล่นต่อถ้าเป็นเฟสบุคก็ต้องกด “ว้าว” แต่ที่ต้องกด “เลิฟ” ให้คือการเปลี่ยนถ่ายบอลที่ทำให้เพื่อนเอาไปเล่นต่อได้เลยและเป็นในลักษณะพร้อมบุก
อีกการออกบอลที่เพิ่ม “มิติ” ซึ่งไม่ค่อยเห็นใน เฮนโด้ คือการทำท่าจะออกข้างแล้วแกหักข้อจ่ายยัดเข้ากลางนี่แหละครับที่ต่อไปจะเป็นอาวุธเด็ดในการทะลวงยามเจอกับพื้นที่แน่นๆ
ส่วนที่ต้องไปซ้อมกันอีกยกใหญ่คือการเปิดบอลตัดหลังแนวรับคู่แข่งที่วันนี้เราได้เห็นกันไปบ้างแล้วซึ่งเป็น trademark ของ ธิอาโก้ ที่จะทำให้ มาเน่ และ ซาล่า รวมถึงพวกจอม overlap อย่าง เทรนต์ และ โรเบิร์ตสัน
สถิติ 45 นาทีในครึ่งหลังของแข้งทีมชาติสเปนจ่ายบอล(โดยไม่เสีย)ไปทั้งสิ้น 75 ครั้งซึ่งมากกว่านักเตะ เชลซี ทุกคนที่ลงเล่นเต็มเกมและกลายเป็นนักเตะคนแรกที่จ่ายบอลสำเร็จ 75 ครั้งที่ลงเล่น 45 นาที (นับตั้งแต่มีการเก็บสถิติในพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2003-04)
การมาของ ธิอาโก้ ทำให้แดนกลางสามารถปรับการเล่นได้หลายมิติ คือจะสลับเล่นกับ เฮนโด้ ก็ได้ หรือดันกัปตันเป็น box to box ซึ่งก็แล้วแต่ว่าคู่แข่งคือใคร
แต่ที่ยังทำให้แฟนหงส์ยังแอบเป็นห่วงคือตำแหน่ง “เซนเตอร์” ที่วันนี้ทั้ง โกเมส และ มาติป เจ็บจนต้องถอย ฟาบินโญ่ มายืนคู่ Vvd โดยที่ม้านั่งสำรองไม่มีอะไหล่ให้เปลี่ยน
ฟาบินโญ่ วันนี้เล่นเนียนกริบ ทางบอลทดแทนความเร็วดักกินเก็บ แวร์เนอร์ เข้ากระเป๋าจนอาจจะมาเอาดีทางนี้ถาวรเนื่องจากแดนกลางตอนนี้แน่นเหลือเกิน
คำถามคือเมื่อ มาติป และ โกเมส มีสถิติเจ็บถี่ขนาดนี้มันเสี่ยงเกินไปครับที่ “หงส์แดง” จะปิดตลาดซื้อขายโดยไม่มีเซนเตอร์มาสำรองอีกหนึ่งตำแหน่ง
จะมีหรือไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรก็ตาม…แต่สิ่งหนึ่งที่ผมสัมผัสและรู้สึกได้คือการมาของทั้ง ธิอาโก้ และ โชต้า เข้ามาสร้างบรรยากาศ+ความกระหายต่อเป้าหมายในซีซั่นนี้ขึ้นมาทันที
ให้เปรียบเปรยก็เหมือนแฟนเราซื้อชุดใหม่ ผัดแก้มชมพูอ่อนๆ เพื่อมาออดอ้อนเอาใจเราหลังวันก่อนเฉยชา ชวนออกไปไหนก็ไม่ยอมไป
โลกของชาว เดอะค็อป เปลี่ยนไปภายในเวลาแค่ 1-2 วันหลังการเปิดตัวรัวๆทั้งๆที่ก่อนหน้านี้หลายๆท่านตามด่าสโมสรไม่น้อยไปกว่าที่ แมท ภีรนีย์ หรือ ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ โดนเสียอีกนะครับ…


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น